ทริปแรกพาสองลิงแสบเที่ยว
วันศุกร์ที่ 12 ตุลาคม 2561
วันนี้เป็นวันแรกที่ปู่วีพาเจ้าสองหลานแสบ
แสบใหญ่และแสบเล็ก ไปเที่ยว ทั้งที่ยังไม่ได้วางแผนการเที่ยวล่วงหน้า ก็เอาวะ พาไปเที่ยวแถวใกล้บ้านก่อนก็แล้วกัน
2หลาน : ปู่ ปู่ อยากเที่ยวคร๊าบบบ
พวกเราอยู่บ้านปู่ไม่เห็นมีอะไรสนุกเลย แถมบ้านรกอีกต่างหาก
ปู่วี
[คิดในใจ]: เริ่มขบวนการแสบแล้ว แถมวันนี้ปากหมาอีก
มันน่าเขกกะบาลนัก
ปู่วี
:
ได้ ได้ เอาเป็นว่าเราไปเที่ยวใกล้ ๆ กันก่อนนะ พวกเอ็ง 0k ไหมละ?
2หลาน : ได้ ปู่
ปู่วี
: เดินไปนะ เจ้าสองลิง
2หลาน (ยิ้มเจ้าเล่ห์): ได้ครับ
ปู่วี
[คิดในใจ]: เจ้าสองลิงต้องมีลูกเล่นแน่ รู้ทันหรอก
อิอิ
ปู่วี
รีบพูด : เดินนะโว้ยหลาน ไม่มีอุ้ม ไม่มีขี่คอ นะ
2หลาน : ก็ได้ ไกลไหมปู่
ปู่วี
: ไม่ไกลเลย แค่ซอยเจริญนคร 59 นี้เอง
ว่าแล้วปู่วีพาหลานเดินไปคริสตจักรที่
1 สำเหร่ ก็เดินไปคุยไประหว่างทาง
ปู่วี
: นี่ถึงแล้วปากซอย เห็นป้ายไหม ใหญ่เห็นชัดเจนเลย เดียวเราก็เดินเข้าไปสุดซอย
อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา หลานเอย
2หลาน : ใกล้จังเลยปู่ หลอกหลานหรือเปล่าเนี่ย
ปู่วี
: ซอยนี้เป็นซอยส่วนบุคคลนะ แต่เขาให้คนทั่วไปเดินเข้าออกได้ เดินไปนิดเดียวไม่ถึงครึ่งซอย
เราก็เห็นสุสานฝั่งศพทางขวามือแบบในหนังฝรั่ง
2หลาน :
อ้อนี่เหรอสุสานแบบฝรั่ง พวกเราเพิ่งเคยเห็นของจริง ๆ ครับ
แล้วที่เห็นเป็นปูนเป็นเหลี่ยมเป็นอะไร?
ปู่วี : อ้อ นั่นแหละ
เป็นหลุมฝั่งศพ ศพทางคริสต์เขาใช้ฝั่งนะ ผิดกับพุทธบ้านเรา ส่วนใหญ่เผานะ
หลานรู้หรือเปล่า แต่ที่แปลกประหลาด ทางฑิเบต พอมีคนตาย เขาจะมีคนมาหั่นศพแล้วให้พวกอีแร้งกิน
เป็นความเชื่ออีกแบบหนึ่ง ไปพวกเราเข้าไปดูหน่อยหนึ่ง
2หลาน : แบบนี้
ต้องเอากระเทียมติดตัวมาด้วยแล้ว
ปู่วี :
ที่กลัวกระเทียม มันเป็นพวกแวมไพร์แดรกคูล่า
ผีฝรั่งกลัวไม้กางเขนกับน้ำมนต์ หลานเอยโตแล้วยังมีความเชื่อด้านนี้ได้ไหง? ผีเผออะไรไม่มีหรอก สมัยนี้ 4.0 แล้ว
ปู่พาหลานเดินเข้าซอยต่อจนถึงสุดซอย
ปู่วี : นี่คือ
โบสถ์คริสตจักรที่ 1 สำเหร่ ที่ดูสวยงามสดใสเพราะ เมื่อปี 2007-2011
ทางกรมศิลปากรเข้ามาบูรณะที่นี่ ที่จริงแล้วถ้าจะเรียกให้ถูก ควรเรียกว่า พระวิหารและหอระฆัง อ้อ
ถ้าหลานอยากรู้ว่าปี ค.ศ. ที่บอกเป็นปี พ.ศ. อะไร ก็เอา 543
บวกเข้าไปแค่นั้นเอง
2หลาน : แหม
ก็ขี้เกียจคิดนี่ปู่ ปู่พอรู้ประวัติไหมครับ
ปู่คิดในใจ : ‘ดีนะ
เราทำการบ้านมาก่อน ไปหาข้อมูลมาก่อน ไม่งั้นเสียฟอร์มแน่ อิอิ’
ปู่วี : ได้ พวกเอ็งฟังให้ดี อย่าขัดจังหวะนะ
แต่ปู่ต้องเท้าความไปอดีตไกลหน่อยหนึ่ง คือ อย่างนี้ เมื่อปี ค.ศ. 1828 คณะมิชชันนารีโปรเตสแตนต์เริ่มเข้ามาเผยแพร่ศาสนา
แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลาย จนมาถึงปี ค.ศ. 1840 คณะอเมริกันเพรสไบทีเรียน (The American
Presbyterian Mission) นิกายโปรเตสแตนต์ส่งคณะมิชชันนารีเข้ามาหลายคณะเช่นกัน ต่อมาปี ค.ศ. 1849 จึงก่อตั้งคริสตจักรเพรสไบทีเรียนที่
1 กรุงเทพฯ
โดยใช้บ้านพักของมิชชันนารีบริเวณกุฎีจีน
(หลังวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร) และมีการตั้งโรงเรียนชายขึ้นด้วย มาปี ค.ศ.1857 มีการย้ายบ้านพักมิชชันนารี โรงเรียน
สถานที่ทำงาน จากกุฎีจีนมาที่สำเหร่ ณ ที่นี้ เพราะมีอาณาเขตกว้างขวางกว่าและเพื่อรองรับการขยายการทำงานในอนาคต
พอมาปี ค.ศ. 1860 เริ่มสร้างพระวิหาร แล้วเสร็จปี ค.ศ. 1862
ใช้เงินก่อสร้างจากการเรี่ยไร 700 ดอลล่าร์ ที่นี่เป็นที่ทำงานของคณะนี้ ปี
ค.ศ. 1890 ย้ายโรงเรียนที่กุฎีจีนมารวมกับโรงเรียนที่สำเหร่ และใช้ชื่อว่า
“โรงเรียนสำเหร่บอยส์คริสเตียนไฮสคูล” ซึ่งต่อมาในปี ค.ศ. 1902 โรงเรียนนี้ย้ายมาที่ถนนประมวญและเปลี่ยนชื่อเป็น
“โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย”
ต่อมาเนื่องจากพระวิหารเสื่อมโทรมลง ในปี ค.ศ. 1910 จึงสร้างพระวิหารใหม่ที่เป็นวิหารปัจจุบันนี้
โดยรื้อพระวิหารหลังเดิมลง และสร้างบนที่เดิม แต่ยังคงรูปแบบสถาปัตยากรรมของพระวิหารหลังแรกไว้
พระวิหารใหม่มีการปรับให้มีความยาวมากกว่าเดิม 3.50 เมตรใช้เงินในการก่อสร้างมากกว่า
7,000 บาท พระวิหารนี้สร้างเสร็จในปีเดียวกัน มาในปี ค.ศ.1912 สร้างหอระฆัง
ปี ค.ศ. 2007 คณะธรรมกิจคริสตจักรที่ 1 สำเหร่มีมติให้บูรณะพระวิหารขึ้น ขณะเดียวกันกรมการศาสนามีงบประมาณบูรณะอนุรักษ์ศาสนสถานอายุ 60 ปีขึ้นไปเนื่องในวโรกาสในหลวงรัชกาลที่ 9 ครองราชย์ครบ 60 พรรษา ในการบูรณะนี้แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ ในระยะที่ 1 บูรณะพระวิหารและหอระฆัง ระยะที่ 2 ดีดตัวอาคารให้สูงขึ้น เนื่องจากน้ำท่วมบ่อย และปรับปรุงภูมิทัศน์
2หลาน : ปู่โม้ยืดยาวจัง ว่าแต่ดีดตัวตึกเป็นไหงอะปู่ ไม่เคยได้ยินเลย?
ปู่วี : อ้าว ๆ แล้วกัน เป็นความรู้พวกเอ็งนะโว้ย รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม การดีดตึก ก็คือ
การยกตึกให้สูงขึ้น แต่ปู่ไม่รู้เหมือนกันทำไมใช้คำว่าดีดนะ
ว่าแล้วปู่ก็พาหลานทั้งสอง
ไปดูสถาปัตยกรรม
ปู่วี :ไป ไป เราไปดูความสวยงามกัน
เห็นไหมมีการผสมผสานลักษณะบ้านทรงไทยสมัยรัชกาลที่ 5 เข้ากับพระวิหารและหอระฆัง
ปู่วี :เราไปดูซากเสาโรงเรียนก่อนย้ายโรงเรียนไปเป็น
โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยในปัจจุบันกันนี่ไหง
ปู่วี : ที่นี่สงบร่มรื่นดีนะ ขนาดนกยังมาพักทำรังอยู่ในซอกข้างหอระฆังเลย
เห็นไหม
ปู่วี : เราไปดูวิวทิวทัศน์รอบ ๆ พระวิหารกัน
เห็นไหมหลานฝั่งตรงข้ามเยื้องไปเห็น เอเซียตีคและสะพานกรุงเทพทั้งเก่าและใหม่ด้วย
2หลาน : ไหน ๆ ปู่ อย่าลืมพาพวกเราไปเที่ยวนะครับ
ปู่วี :ไปเถอะ นี่ก็แดดแรงจัดทุกที่ เรากลับกันเถอะ
ปู่หลานก็เดินกลับกัน ก่อนออกจากบริเวณคริสตจักรที่ 1 สำเหร่ ปู่มองไปเห็นบ้านพักของคริสตจักร ก็เรียกหลาน ๆ ให้ดู
ปู่วี :หลาน หลาน ดูนั้นบ้านพักของคริสตจักรสวยงาม ร่มรื่น น่าพักจังเลย
สะอาดม๊ากมาก
2หลาน :จริงด้วย ปู่ สวย สะอาดเป็นระเบียบ ไม่เหมือนบ้านปู่เลย ฮา ฮา
ปู่เขกหัวหลานคนละทีด้วยความมันเขี้ยวมานานนักหนา
ปู่วี : เขกหัวซะเลย ไอ้แสบ
เดียวไม่พาไปเที่ยวที่อื่นอีกหน่อยหรอก
2หลาน รีบพูด: หลานมีความผิด 100 ครั้ง สมควรรับโทษ
แต่ครั้งนี้ขอยกโทษไว้ก่อนครับ ขอโทษครับปู่ ปู่ชักเริ่มหิวน้ำหิวไอสครีมแล้ว พาไปกินหน่อยซิครับคุณปู่ใจดี๊ดี
ปู่วี : ก็ได้ เราไปเที่ยวมอลล์ใกล้
ๆ ก็แล้วกัน
หลังจากอิ่มหนำ สำราญใจ หายกระหาย
พักเหนื่อยแล้ว ปู่ก็พาหลานไปดูสะพานกรุงเทพเก่า
ปู่วี :
ไปเราเดินกันไปอีกหน่อย ไปดูสะพานกรุงเทพเก่ากัน
ปู่วี : สะพานนี้เปิดใช้งาน ปี พ.ศ. 2502
ไม่เชื่อไปดูที่เสาโน้น สมัยก่อน สะพานนี้
เปิดปิดได้เหมือนกับสะพานพระพุทธยอดฟ้า
เปิดปิดให้เรือสินค้าหรือเรือลำใหญ่แล่นผ่านไปได้ น่าสนุกปู่ตอนเด็กเคยมาดูด้วย
แต่เดียวนี้เขาไม่ค่อยเปิดปิดหรือแทบไม่เปิดแล้ว
เพราะเขาไม่ให้เรือใหญ่แล่นผ่านสะพานกรุงเทพ
ข้าง ๆ สะพานมีอู่ต่อเรือใหญ่ด้วยนะ
อ้อ ปู่เพิ่งนึกขื้นได้
สมัยนี้หลาน ๆ ไม่ได้ยินแล้ว
สมัยก่อนตอนปู่เด็ก ๆ ช่วงคริสตมาสและปีใหม่ พวกเรือสินค้าใหญ่ ๆ และเรือเดินสมุทร
มาจอดแถวนี้
แล้วเรือพวกนี้เปิดวู้ดเรือประสานเสียงกันเป็นเพลงคริสตมาส และปีใหม่ด้วย
เพราะมาก แปลกมาก ปู่ยังคิดถึงอยู่เลย
หาฟังไม่ได้แล้ว เสียดาย
2หลาน: แหม อยากฟังบ้างจังเลย
ปู่วี : เรากลับกันดีกว่า นี่ก็มาเที่ยวกันนานแล้ว ไว้ถ้าอยากเที่ยวอีก อีก 2-3 อาทิตย์ เราไปเที่ยวกันใหม่อีก เอาไหม
2หลาน:ไป ไป ปู่ สัญญากันเลยนะก๊าบบบบบ